สระแก้ว/จัดกิจกรรมพบปะพัฒนาสัมพันธ์ ระหว่างผู้นำทหาร ตำรวจ และผู้นำชุมชนระดับพื้นที่ ไทย – กัมพูชา

DSC 0004*****ณ บ้านเสือตาย ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2565 เวลา  08.30 น. พ.อ.กิตติ ประพิตรไพศาล ผบ.ฉก.ร.๑๒  และคณะ เดินทางถึง จต.อ.๔๖ บ.บ้านเสือตาย ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พันเอกรณรงค์ เส็งมี ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 13นายนิรุต ฆ้องเกิด ปลัดฝ่ายปกครองป้องกันอำเภออรัญประเทศ นายธนวัฒน์ โกมลกุล นายก อบต.คลองน้ำใส นายธงรบ บานเย็น กำนันตำบลคลองน้ำใส  พบปะผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้วฝ่ายไทย ฝ่ายกัมพูชาโดยนายสวาย เกียะ นายอำเภอมาลัย จ.บันเตียเมียนเจย คณะผู้นำตำรวจ ทหาร และผู้นำระดับตำบล กพช. เดินทางมาถึง จต.อ.๔๖ในพื้นที่รับผิดชอบของทั้งสองฝ่ายเพื่อสานสัมพันธ์หน่วยงานในพื้นที่

DSC 0023*****พ.อ.กิตติ ประพิตรไพศาล ผบ.ฉก.ร.๑๒  กล่าวว่า แนวทางการจัดกิจกรรมการพบปะพัฒนาสัมพันธ์ ระหว่างผู้นำทหาร ตำรวจ และผู้นำชุมชนระดับพื้นที่ ไทย – กัมพูชา ความเป็นมาของหมู่บ้านเข็มแข็งคู่ขนาน ด้วยจังหวัดสระแก้วเป็นจังหวัดชายแดนทางด้านตะวันออกติดกับประเทศกัมพูชา โดยมีลักษณะของแนวพรมแดนเป็นพื้นที่ติดกัน ไม่มีเครื่องกีดขวางทางธรรมชาติ (เทือกเขา และแม่น้ำ) มาเป็นแนวกั้นที่ชัดเจนจึงทำให้มีโอกาสเกิดภัยคุกคามด้านความมั่นคง หรือการทำผิดกฎหมายข้ามแดนได้โดยง่าย เพื่อให้การแก้ปัญหาดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืน เราจะต้องอาศัยหมู่บ้านที่ติดแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ ที่จะเข้ามาสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ (เปรียบเสมือนเป็นรั้วหรือแนวกันชนที่เข้มแข็ง) ด้วยการเสริมสร้างศักยภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนในหมู่บ้านตามแนวชายแดน เพื่อให้คนเหล่านั้นเกิดความรักในถิ่นฐาน เกิดความร่วมแรงร่วมใจกันอย่างแท้จริงในการปกป้องความมั่นคงของประเทศ กองกำลังบูรพา จึงได้จัดทำโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา โดยมีกรอบการพัฒนาดังนี้

DSC 0028*****พ.อ.กิตติ ประพิตรไพศาล ผบ.ฉก.ร.๑๒  กล่าวเพิ่มเติมว่า มีความมั่นคงและเข้มแข็งปลอดภัยให้กับพื้นที่ชายแดน พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น นำศาสตร์พระราชาในรัชกาลที่ ๙ มาสู่การปฏิบัติ เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหมู่บ้านตามแนวชายแดนของไทยและกัมพูชา เพื่อให้การดำเนินการตามโครงการดังกล่าวเกิดผลสัมฤทธิ์ที่มากยิ่งขึ้นและเป็นรูปธรรม กองกำลังบูรพา
จึงได้จัดทำโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน ระยะที่ ๒ เพื่อขับเคลื่อนและผลักดันให้การดำเนินการตามโครงการเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดกับประชาชนในหมู่บ้านคู่ขนานตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ โดยอาศัยการบูรณาการของหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการฯ อย่างเป็นระบบไม่เกิดความซ้ำซ้อน และสามารถจัดลำดับความเร่งด่วนในการแก้ปัญหาแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การพัฒนาหมู่บ้านดังกล่าวอย่างยั่งยืนต่อไป และเตรียมขยายผลไปสู่โครงการตำบลเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดนในระยะต่อไป

DSC 0027*****นายสวาย เกียะ นายอำเภอมาลัย จ.บันเตียเมียนเจย กล่าวว่า เพื่อพัฒนาหมู่บ้านให้เกิดความมั่นคงและเข้มแข็งสามารถป้องกันภัยคุกคามได้ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนวชายแดนให้ดีขึ้น มีมาตรฐานเดียวกับสังคมเมืองหรือสูงกว่า เพื่อนำองค์ความรู้ศาสตร์พระราชาในรัชกาลที่ ๙ โดยเฉพาะปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การเกษตรทฤษฏีใหม่ และการทำการเกษตรแบบไร่นาสวนผสม (เกษตรผสมผสาน) สู่ประชาชนให้ประชาชนนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหมู่บ้านชายแดนไทย-กัมพูชา และมีการพัฒนาคู่ขนานกันไปในทุกระดับ

หมู่บ้านที่มีพื้นที่ติดแนวชายแดนไทยใน 4 อำเภอชายแดน ได้แก่ อำเภอตาพระยา, อำเภอโคกสูง, อำเภออรัญประเทศ และ อำเภอคลองหาด จำนวน 64 หมู่บ้าน หมู่บ้านกัมพูชา 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ทมอพวก, อ.สวายเจก, อ.มาลัย, อ.โอโจรว, อ.พนมปรึก, อ.สำเภาลูน จำนวน 4๖ หมู่บ้าน

DSC 0039*****ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองกำลังบูรพา แต่งตั้งคณะทำงานโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน และแต่งตั้งคณะทำงานระดับอำเภอทั้ง ๔ อำเภอ โดยหน่วยเฉพาะกิจป้องกันชายแดน (ฉก.ร.๑๑๑,ฉก.ร.๑๒,ฉก.ร.๒) บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอ หน่วยงานส่วนราชการในระดับอำเภอ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชา ในการพัฒนาหมู่บ้านให้มีความเข้มแข็ง มีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยนำหลักยุทธศาสตร์ และศาสตร์พระราชา มาดำเนินการ เช่น ด้านความมั่นคงและเข้มแข็ง เสริมสร้างระบบป้องกันโดยการลาดตระเวนร่วม และเฝ้าตรวจชายแดน โดยหน่วยเฉพาะกิจป้องกันชายแดน, ฝ่ายปกครอง, ตำรวจ และท้องถิ่นทำให้หมู่บ้านให้มีความเข้มแข็งปลอดภัยจากภัยคุกคามทุกรูปแบบทั้งภายในและภายนอกประเทศ เสริมสร้างความร่วมมือในการปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดจัดให้มีกำลังประชาชนเป็นกำลังสำคัญในการป้องกันหมู่บ้าน และชายแดนจากปัญหาการลักขโมยและโจรกรรม สร้างความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนในหมู่บ้าน เสริมสร้างความรู้และคุณธรรมให้กับระดับบุคคลและชุมชนเพื่อช่วยกันจัดระเบียบชายแดนไทย ให้อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ด้านคุณภาพชีวิต ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสถานภาพทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นสร้างโอกาสทางการตลาด และการค้าเข้าถึงการรักษาพยาบาล มีสุขภาพแข็งแรงมากขึ้น  คนเจ็บป่วย ลดลง พัฒนาศักยภาพทางการศึกษาของประชาชน ให้มีโอกาสทางการศึกษาที่สูงขึ้น การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ สร้างโอกาสความเสมอภาค และ ความเท่าเทียมทางการศึกษา มีความทันสมัย และเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับการอนุรักษ์ ทำให้สภาพแวดล้อมดีขึ้น ครอบครัวมีความรักและความอบอุ่นลดปัญหาสังคมตั้งแต่ระดับครัวเรือน มีที่อยู่อาศัย และสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอยู่ใน ระดับที่ดี ด้านเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้มีอาชีพหลักและอาชีพเสริมที่ตรงกับความต้องการของตลาดส่งเสริมให้มีองค์ความรู้ในการพัฒนาอาชีพ ให้มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ มีความปลอดภัย ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้ประชาชนมีรายได้ให้สูงขึ้น หนี้สินลดลง หรือไม่หนี้สิน และมีเงิน เก็บออมส่งเสริมให้เกิดการรวมตัวกันในระดับชุมชนเพื่อสร้างอำนาจการต่อรองในทาง การค้าในชุมชนส่งเสริมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนในด้านการค้า การตลาด และการประชาสัมพันธ์

DSC 0041ด้านสาธารณสุข ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมส่งเสริมสุขภาพให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงปลอดภัยทั้งทางกายและทางจิตใจทำให้ประชาชนมีความรู้ด้านสาธารณสุขและโภชนาการ เข้าถึงการรักษาพยาบาล เพื่อลดการ เจ็บป่วยของประชาชน หรือทำให้ผู้เจ็บป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม ปัญหาขยะ น้ำเน่าเสีย และมลภาวะ เพื่อให้ ธรรมชาติอยู่คู่กับชุมชนสร้างสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามด้านต่างๆ โดยเฉพาะยาเสพติด อบายมุข และ
ปัญหาสังคมต่างๆด้านศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เผยแพร่องค์ความรู้ศาสตร์ของพระราชา ร.๙ เช่น ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเกษตรทฤษฎีใหม่ไร่นาสวนผสมเพื่อนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต และการประกอบอาชีพ ใช้ศูนย์การเรียนรู้ ในการเผยแพร่ในขั้นต้น  นำไปปฏิบัติในพื้นที่จริงเป็นต้นแบบส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชน นำไปใช้ในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพบนพื้นฐานการพึ่งพาตนเอง ความพอเพียงภายในเงื่อนไข ความรู้ และคุณธรรม ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่ม เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้กับชุมชน เช่นการจัดตั้งสหกรณ์ เป็นต้นฯ ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนและหรืออุตสาหกรรมขนาดเล็ก (SME) ภายในชุมชน โดยมีการตลาดการประชาสัมพันธ์ที่ทันสมัย ฯลฯ การดำเนินการที่ผ่านมา ทั้ง ๒ ประเทศมีการดำเนินร่วมกันมาเป็นอย่างดีทุก ๆ ด้านรวมทั้งมีการจัดกิจกรรมร่วมกันเช่น การแข่งขันกีฬา การปลูกป่าอาเซียน งานประเพณีต่างๆ และเมื่อมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่รุนแรงและทำให้มีประชาชนของทั้งสองประเทศเกิดการเสียชีวิต เพื่อเป็นมาตรการป้องกันของทั้งสองประเทศจึงได้ปิดพรมแดนเพื่อเป็นมาตรการป้องกัน จึงทำให้การดำเนินการของหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดนได้ลดบทบาทลง แต่ก็ยังติดต่อประสานงานกันทางสื่อโซเชียล สำหรับการปฏิบัติในวันนี้ ตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก และแม่ทัพภาคที่ ๑ ให้มีการพบปะพัฒนาสัมพันธ์กันในระดับพื้นที่ เพื่อฟื้นฟูแนวทางการปฏิบัติของหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานให้มีการพัฒนาขึ้นเหมือนก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของโควิด – ๑๙  ดังนั้น หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ ๑๒ จึงได้เชิญผู้บังคับกองพันตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๘๑๕ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฝั่งประเทศกัมพูชา และฝั่งประเทศไทย มาร่วมประชุมหารือเพื่อหาแนวทางการดำเนินการของหมู่บ้านเข้มแข็งของทั้งสองประเทศ เช่น ปัญหาแรงานที่หลบเข้าเมืองของทั้งสองประเทศ ปัญหายาเสพติด การกระทำผิดกฎหมายทุกประเภทตามแนวชายแดน มาตรการป้องกันโควิด – ๑๙ การประสานความร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศในการแจ้งเบาะแส ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่จะทำให้เกิดผลเสียกีบทั้งสองประเทศ เพื่อจะได้ควบคุมสกัดกั้นได้ จากนั้นจะมีการร่วมการลาดตระเวนตามแนวชายแดนเพื่อตรวจสอบช่องทางธรรมชาติที่แรงงานชาวกัมพูชาหลบหนีเข้ามาทำงานในประเทศไทย และคนไทยที่หลบหนีเข้าไปทำงานในประเทศกัมพูชา จากนั้นจะเป็นการอบรมในความรู้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านเข้มแข็งของทั้งสองประเทศ ในเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โคกหนองนา โมเดลดังกล่าว

DSC 0043DSC 0057DSC 0031

***ภาพ/วีระยุทธ สารการ /ข่าว สมศักดิ์  สารการ /บูรพาทีวีออนไลน์ รายงาน

 

 

Share