อุตรดิตถ์ พระสงฆ์-ชาวบ้าน เกือบ 1,000 ผนึกกำลังศรัทธาแรงกายแรงใจสร้างบุญอันยิ่งใหญ่ ปรับภูมิทัศน์เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โบราณคดี ทางพระพุทธศาสนา

Image7*****เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2565 ที่บริเวณเขาบันไดม้า หมู่4 บ้านฟากบึง ต.นาอิน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ นายสุรศักดิ์  วงศ์ตั้ง  นายอำเภอพิชัย เป็นประธานในพิธีปรับภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โบราณสถานทางพระพุทธ ศาสนา “เขาบันไดม้า” ด้านบนมีซากเจดีย์เก่าแก่ ที่ส่วนยอดพังทลายลงไป คงเหลือแต่ฐานสี่เหลี่ยมสูงประมาณ 1 เมตร จำนวน 1 องค์ พร้อมอาคารวิหารเก่าแก่เหลือเพียงส่วนฐานของวิหาร จำนวน 1 หลัง (ถูกปรับปรุงสภาพใหม่ขึ้นมาแทน) ทั้งซากเจดีย์และวิหาร บนเนื้อที่ 2 ไร่เศษ พร้อมกับบันไดศิลาแลง จำนวน 426 ขั้น สันนิฐานว่าถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 หรือในสมัยกรุงสุโขทัย ประมาณปี พ.ศ.1901-2100 หรือเมื่อ 465-664 ปีที่ผ่านมา คาดว่าสมัยก่อนพื้นที่แห่งนี้เคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาของชาวบ้านในพื้นที่ จึงช่วยกันปรับปรุงพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์โบราณคดี และใช้เป็นพื้นที่ทางพระพุทธ ศาสนา อาทิ การเวียนเทียน ในวันสำคัญของศาสนาพุทธ เช่น วันมาฆบูชา, วันวิสาขบูชา, วันอาสาฬหบูชาและวันอัฐมีบูชา

Image9*****โดยมี พระวาปีธรรมวิจิตร เจ้าคณะตำบลบ้านโคน-นาอิน เจ้าอาวาสวัดฟากบึง ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมคณะสงฆ์ น.ส.รสรินทร์  ศรัณย์เกตุ บุตรสาว นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่ท้องถิ่นตำบลนาอิน และชาวบ้านในพื้นที่อำเภอพิชัย เกือบ 1,000 คน ยืนตามขั้นบันไดศิลาแลง 426 ขั้น ตั้งแต่ชั้นแรกไปจนถึงชั้นบนสุดของเขาบันไดม้า ช่วยกันขนแผ่นปูนปูพื้น ขนาดความกว้างประมาณ 30 เซนติเมตร ยาว 60 เซนติเมตร หนา 1.5 นิ้ว น้ำหนักต่อแผ่นประมาณ 9 กิโลกรัม  รวมจำนวนทั้งสิ้น 670 แผ่น พร้อมขนทรายละเอียด จำนวน 2 คิว บรรจุลงถุงพลาสติกถุงละ 1 กิโลกรัม กว่า 3,000 ถุง ทยอยส่งต่อกันไปจนถึงชั้นบนสุดของเขาบันไดม้า

Image12*****โดยอาศัยผู้ชายที่มีร่างกายกำยำแข็งแรง ช่วยแบกเสาปูนแท่ง ขนาดความกว้าง 4 นิ้ว หนา 4 นิ้ว สูง 1 เมตร จำนวน 200 ต้น ใส่ถุงปุ๋ยแบกขึ้นไป เป็นส่วนหนึ่งของการปูพื้นทางเดินรอบเจดีย์และวิหาร ยาวประมาณ

300 เมตร ปรับภูมิทัศน์พื้นที่บนเขาบันไดม้า ให้มีความสวยงามเหมาะสมที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติ ศาสตร์ทางโบราณคดี และใช้ในการประกอบพิธีทางศาสนา ผนึกกำลังแรงศรัทธาด้วยการใช้หยาดเหงื่อจากแรงกายแรงใจบริจาคเป็นแรงงาน สร้างบุญอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ให้เสร็จสมบูรณ์ตามที่ตั้งใจไว้ ผู้ที่ร่วมสร้างบุญอันยิ่งใหญ่วันนี้ อานิสงส์ที่ได้ถือเป็นการปูพื้นฐานให้กับชีวิตตัวเอง สืบสานพระพุทธศาสนา ให้มีอายุยืนยาว นานต่อไป เหมือนเป็นการต่ออายุให้กับตนเองมีอายุยืนยาวนานด้วยเช่นกัน

Image13Image14Image16Image17Image18Image20Image23Image19Image9 1

***ภาพ/ข่าว นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

Share